นาฬิกา รูปภาพ ปฎิทิน


       เวลาประเทศไทย...  
 
 
 

       ปฏิทินวันนี้...  

News online

Radio

REDPLUS  LIVE 1
ผู้กล้าปชต. 90.25 MHz
REDSIAM
SOOMHUAGUN
วิทยุ 3DANG 1
วิทยุแกนนอน
วิทยุม้าเร็ว 1
THAIVOICE 2
ติดต่อเรา way2fight.rs@gmail.com
Blog นี้เข้าได้สองทางนะครับ http://way2fight.blogspot.com และ http://fighttillwin.blogspot.com แต่ละ Blog มีบทความให้อ่านต่างกันครับ แต่นอกนั้นเหมือนกันหมดครับ C box เดียวกันครับ เข้าทางไหนก็คุยกันได้ครับ สำหรับท่านที่ต้องการเข้ามาคุยอย่างเดียวเชิญทางนี้ครับ http://way2fight.cbox.ws/ (ห้องสีชมพู) และ http://winniebetter.cbox.ws/ (ห้องสีฟ้า) สำหรับท่านที่ต้องการอ่านแต่บทความอย่างเดียวเพราะคอมช้า ทำให้เสียเวลาในการโหลดหน้าเวบ ทางทีมงาน Blog ได้รวบรวมบทความทั้งหมดไว้ด้วยกันแล้ว เชิญทางนี้เลยครับ http://way2fightnews.blogspot.com/

way2fight C-Box

ห้องลับสำหรับคุยหลังไมค์

World Clock เวลาทั่วโลก

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

จม.ทุกข์ "คุก33ปี" ถามศาลช่วยดับไฟทำไมตัดสินเผาจวน?!

พลังไทยUSAเยียวยาเหยื่อโทษการเมือง จม.ทุกข์คุก33ปีถามศาลช่วยดับไฟทำไมตัดสินเผาจวน?!


Forgive & Forget?-น.ส.ปัทมา มูลมิล อายุ 24 ปี ซึ่งศาลจังหวัดอุบลราชธานี พิพากษาให้จำคุก 33 ปี 4 เดือน หากต้องรับโทษตามคำตัดสิน เธอจะได้รับอิสรภาพตอนอายุ 57 ปี แม่วอนให้นปช.-ส.ส.เพื่อไทย กระบวนการปรองดองช่วยปลดปล่อยสู่อิสรภาพ (อ่านรายละเอียด)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 ธันวาคม 2554


จดหมายบรรยายทุกข์คุก33ปี4เดือน ช่วยดับไฟแต่โดนศาลตัดสินเผาศาลากลาง

ศาลอุบลราชธานีได้ตัดสินจำคุกคนเสื้อแดงอุบลราชธานี 4 คน ให้จำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน คือ น.ส.ปัทมา มูลมิล นายธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ นายสนอง เกตุสุวรรณ นายสมศักดิ์ ประสานทรัพย์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา (ดูรายละเอียด)

ต่อไปนี้เป็นจดหมายที่นายสนอง เกตุสุวรรณ เขียนขึ้น และกลุ่มเพื่อนนักโทษการเมือง "Friends of Political Prisoners (FoPP)" ได้นำเผยแพร่ทางเฟซบุ๊คของกลุ่ม

ผมนายสนอง คดีร่วมกันวางเพลิงศาลากลางอุบลราชธานี

เหตุการณ์ในวันนั้นผมไม่ได้เป็นผู้กระทำ และผมก็ไม่คิดว่าผมจะได้มาติดคุกแบบนี้ มันไม่ยุติธรรมกับผมเลย

วันนั้นผมได้ไปร่วมชุมนุมจริงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องให้ยุบสภา เรียกร้องความยุติธรรมให้กับท่าน ทักษิณ ที่ถูกยึดอำนาจ และถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม

และสุดท้ายก็มาโดนกับผม และพวกเพื่อนของผมอีกจนได้

วันนั้นผมไม่คิดว่าเรื่องมันจะรุนแรงแบบนี้ วันเกิดเหตุผมได้ไปยืนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่มารักษาความสงบบริเวณศาลากลางอุบลฯ

ตอนเกิดเหตุการณ์ตำรวจและทหารได้บอกให้ผมเข้าไปห้ามผู้ชุมนุมให้ออกจากบริเวณศาลากลาง ผมก็เชื่อตำรวจจึงเข้าไปบอกผู้ชุมนุมให้ออกมา มีคนเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง คนที่เชื่อก็ออกมา คนที่ไม่เชื่อเพราะเขาจะเข้าไปเอาคนที่ยิงประชาชน เพราะวันนั้นมีการยิงประชาชนที่ศาลากลางอุบลฯด้วย

เขาไม่ได้คิดที่จะเข้าไปเผาศาลากลางหรอกครับ ขณะที่ผมเข้าไปห้าม ได้มีตำรวจนายหนึ่งได้ถ่ายรูปผมไว้ เมื่อผมได้บอกผู้ชุมนุมเสร็จ ผมได้มายืนกับตำรวจและทหารที่บอกผม

ยืนอยู่ได้ประมาณ30นาทีก็มีควันไฟเกิดขึ้นที่อาคารธนารักษ์ซึ่งติดอยู่กับศาลากลาง มีผมตำรวจและทหาร 3 คนเท่านั้นที่ช่วยกันดับไฟอาคารธนารักษ์ได้

วันขึ้นศาล พยานฝ่ายโจทย์ที่เป็นทหารชื่อ จสอ.ภัสกร อุ่นตา ที่อยู่ในเหตุการณ์กับผม ยังให้การกับศาลเลยว่า ได้บอกให้ผมเข้าไปห้ามผู้ชุมนุม และให้การอีกว่า ผมได้ช่วยเจ้าหน้าที่ดับไฟ แต่ทำไมศาลไม่เอาสำนวนของพยานโจทย์ คนนั้นมาพิจารณา

และการตัดสินพวกผมได้มีการตัดสินไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลอภิสิทธ์โน่น

ผมว่าศาลอุบลฯเล่นการเมือง เล่นฝ่ายไม่มีความเที่ยงตรง และยุติธรรมเลย ยิ่งตำรวจอุบลฯด้วยแล้ว ชุดที่สอบสวนผมขู่ให้รับโน้นรับนี่ ผมจะรับได้อย่างไรในเมือผมไม่ได้เป็นผู้กระทำนี่ครับ และผมก้ไม่รู้จักใครในการชุมนุม แล้วยังเอารูปคนเสื้อแดงมาให้ผมเขียนชื่อพวกเขา โดยตำรวจเป็นคนอ่านให้ผมเขียนชื่อพวกเขา แล้วให้ผมลงชื่อเป็นผู้รับรองรูป

พอสอบสวนเสร็จพวกตำรวจได้บอกเพื่อนๆว่า ใครอยากได้ตำแหน่ง และเงินเดือนให้มาเซ็นชื่อเร็ว นี่หรือตำรวจของประชาชน ถ้ามีตำรวจแบบนี้ผมว่าประเทศไทยไม่เจริญหหอกครับ อย่างไรผมอยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยพวกผมด้วย พวกผมไม่ผิดนี่ครับ

เรือนจำกลางอุบล

พลังไทยUSAบินมาไทยเยียวยาเหยื่อซับน้ำตานักโทษการเมือง


สมาชิกของกลุ่มพลังไทยใน USA ได้นำเงินบริจาคจากลุ่มฯ เดินทางไปยังเมืองไทย และได้ร่วมมือกับเว็บไซต์เสรีชน และ กลุ่มพิราบแดง นำเงินบริจาคไปแบ่งสรรปันส่วนบริจาคให้กับพี่น้องเสื้อแดงที่เดือดร้อนจากการถูกจับกุมทั้งคดีการเมือง19 พฤษภา 2553 และคดีหมิ่นฯ 112 และครอบครัวเบื้องหลังของพวกเขาตกระกำลำบาก

โดยได้เเงินบริจาคจากพลังไทยในอเมริกาจำนวน 12 ทุน โดยการซื้อเครื่องไม้เครื่องมือทำมาหากินตามที่ญาตินักโทษการเมืองได้ระบุความต้องการมา บางคนขอจักรเย็บผ้า บางคนขอเปิดร้านทำน้ำแข็งใส มีอยู่ 2 ท่านที่ให้เป็นเงินไว้ให้ใช้จ่ายในคุก คนละ 3000 บาท





*******

ที่มา thaienews

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

6เสื้อแดงพ้นมลทินคดีปล้น CTW ยัดคุกฟรีปีครึ่ง เรียนเชิญแกนนำทำตัวให้ว่างไปรับเพื่อนเราสู่อิสรภาพ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 ธันวาคม 2554


วันนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ตัดสินยกฟ้อง 6 จำเลยคดีปล้นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (CTW) แต่ได้ตัดสินลงโทษ 1 ใน 7 จำเลยข้อหาลักทรัพย์ จำุคุก 3 ปี 6 เดือน ที่เหลืออีก 6 รายยกฟ้อง แต่ลงโทษคดีชุมนุมขัดพรก.ฉุกเฉินให้จำคุก 1 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษเหลือ 6 เดือน และเนื่องจากถูกจำคุกไปแล้ว 1 ปีครึ่ง ให้ปล่อยตัว

เย็นนี้ขอเชิญคนเสื้อแดง โดยเฉพาะแกนนำทั้งหลายกรุณาทำตัวให้ว่างไปรับเพื่อนสู่อิสรภาพในเวลาราว 19.00 น.ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพราะตอนแกนนำติดคุกอยู่นั้นคนเสื้อแดงเขาทำตัวว่างได้เสมอสำหรับพวกคุณ ส่วนอีกรายอาจต้องประกันสู้คดีกันต่อไป

"ประทานโทษ จำเลยติดมาปีกว่าแล้ว ไม่ได้ประกัน ฮาสัสสสสสส ! ผมเคยได้คุยกับจำเลยคนหนึ่ง แกบอกว่าวิ่งหนีทหารที่ไล่ยิงไปหลบในCTWแล้วตำรวจก็มาจับ"ทนายอานนท์ นำภา เปิดเผยทางเฟซบุ๊ค โดยระบุว่าตัวเขาไม่ได้เป็นทนายความคดีนี้ "ปรบมือดังๆ ให้กับทีมทนายอาสา พี่อาคม (ทนายเสื้อแดงตัวจริง )"

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.และส.ส.เพื่อไทยกล่าวในเฟซบุ๊คว่า วันนี้ศาลตัดสินคดีปล้นห้าง 7 คนยกฟ้องทั้งหมดแต่ลงโทษจำคุก3ปี1คนคดีลักทรัพย์ในเหตุฉกรรจ์ ค่ำนี้จะปล่อยตัว 5 คนจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนอีก 2 คนคือที่ถูกจำคุกกับถูกอายัดคดีอื่นจะใช้ตำแหน่ง ส.ส.ยื่นประกันพรุ่งนี้ อภิสิทธิ์กับพวกจะรู้สึกอะไรบ้างไหมที่เอาคนไปขังไว้ปีครึ่งแล้วศาลยกฟ้อง

คดีนี้อัยการเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายพินิจ จันทร์ณรงค์ และพวกรวม 7 คน ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัยพ์โดยมีและใช้อาวุธปืนร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำกำลังประทุษร้ายโดยมีและใช้อาวุธปืน ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปฝ่าฝืนประกาศข้อกำหนดตามพระราชกำหนดการบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม

ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 7 ถูกจับกุมตัวในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 หลังแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศสลายการชุมนุมในช่วงบ่าย และทั้งหมดถูกควบคุมตัวในเรือนจำ ไม่ได้รับการประกันตัวเลย หนึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง ขณะนี้จำเลยที่ 1 คือ นายพินิจ จันทร์ณรงค์ ยังเป็นจำเลยในคดีเผา CTW ร่วมกับนายสายชล แพบัว ซึ่งจะมีการนัดสืบพยานกันต่อในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีเยาวชนชายอายุ 17 ปีอีก 2 คนที่ถูกฟ้องในคดีปล้นทรัพย์ และเผา CTW เช่นกัน แต่แยกพิจารณาที่ศาลเยาวชน และมีการนัดสืบพยานต่อในปีหน้า

******



ที่มา thaienews